ราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงในช่วงเช้าวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569 หลังไม่สามารถรักษาการฟื้นตัวเหนือ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไว้ได้ โดยตลาดเผชิญแรงกดดันจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ยังอยู่เหนือ 5% และราคาน้ำมันซึ่งกลับมาปรับตัวสูงขึ้น

ข้อมูลเวลา 09.12 น. ตามเวลาประเทศไทย ระบุว่า Gold Spot เคลื่อนไหวบริเวณ 4,167.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 4.20 ดอลลาร์ หรือประมาณ 0.10% เคลื่อนไหวในกรอบ 4,160–4,170 ดอลลาร์ช่วงต้นตลาดเอเชีย

ทองถอยหลังไม่ผ่านระดับเหนือ 4,200 ดอลลาร์

ราคาทองคำเคยปรับขึ้นแตะประมาณ 4,218 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนถูกขายทำกำไรและอ่อนตัวกลับลงมา โดยในการซื้อขายตลาดสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา สัญญาทองคำ COMEX เดือนใกล้ส่งมอบปิดที่ 4,165.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 25.20 ดอลลาร์ หรือ 0.60%

แม้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยประคองความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่แรงหนุนดังกล่าวถูกหักล้างบางส่วนด้วยเงินดอลลาร์และต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง

เงินดอลลาร์ยืนใกล้ระดับสูงสุดรอบ 18 เดือน

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวใกล้ 102.57 จุดในช่วงเช้าวันอังคาร หลังแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จำกัดแรงซื้อระยะสั้น

ตลาดเงินยังอยู่ในภาวะรอประเมินข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมและเดือนธันวาคมยังเป็นเพียงมุมมองของตลาด ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศออกมา

ยีลด์พันธบัตรระยะยาวยังอยู่เหนือ 5%

ข้อมูลล่าสุดจาก กระทรวงการคลังสหรัฐ ณ วันที่ 9 ตุลาคม ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ที่ 5.24% อายุ 20 ปีอยู่ที่ 5.65% และอายุ 30 ปีอยู่ที่ 5.60% U.S. Department of the Treasury

อัตราผลตอบแทนระยะยาวที่อยู่ในระดับสูงสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ปริมาณการออกพันธบัตร และภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ ขณะเดียวกันยังเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

น้ำมันฟื้นตัว เพิ่มแรงกังวลด้านเงินเฟ้อ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นในการซื้อขายวันจันทร์ โดยน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.1% ส่วนเบรนท์ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.8% หลังตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง

ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทำให้ตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจจำเป็นต้องรักษานโยบายการเงินในระดับเข้มงวดต่อไป ซึ่งส่งผลผ่านทั้งทิศทางดอกเบี้ย เงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร

ตลาดรอ CPI สหรัฐคืนวันพุธ

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดทองคำรอติดตามคือดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐเดือนกันยายน โดย สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ มีกำหนดประกาศในวันพุธที่ 14 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย bls.gov

หลังจากนั้น ตลาดจะติดตามดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก และจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ประกอบการประเมินแรงกดดันด้านราคาและทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐในช่วงที่เหลือของปี

ราคาประกาศดังกล่าวอ้างอิง Gold Spot บริเวณ 4,166 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเงินบาทประมาณ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ ราคาทองคำในประเทศอาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมตามราคาทองโลกและอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างวัน


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ