ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังในช่วงเช้าวันอังคาร หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน ผู้ลงทุนกำลังรอติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐหลายรายการตลอดสัปดาห์

Reuters รายงานว่า ราคาทองคำสปอต ณ เวลา 02.35 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือตรงกับเวลา 09.35 น. ของประเทศไทย ลดลงประมาณ 0.3% อยู่ที่ 4,437.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หลังแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมในวันก่อนหน้า

ด้านสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐปรับขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.1% อยู่ที่ 4,485.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนภาวะที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจนก่อนการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่

ทองคำพักตัวหลังร่วงมากกว่า 3% เมื่อวันศุกร์

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำเคยปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน ก่อนเผชิญแรงขายและลดลงมากกว่า 3% เมื่อวันศุกร์ ภายหลัง Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม Jackson Hole

Warsh ระบุว่า ตลาดแรงงานสหรัฐยังมีเสถียรภาพ กิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แต่อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงเกินไป โดยเฟดจำเป็นต้องได้รับข้อมูลที่สร้างความเชื่อมั่นว่าเงินเฟ้อกำลังกลับเข้าสู่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของธนาคารกลางสหรัฐ ยืนยันว่า เป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ซึ่งวัดจากดัชนีราคา PCE เป็นเป้าหมายที่เฟดให้ความสำคัญ และอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันยังอยู่สูงกว่าระดับดังกล่าว

ตลาดเพิ่มโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย

หลังถ้อยแถลงที่ Jackson Hole ผู้ลงทุนปรับเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยข้อมูลที่ Reuters อ้างอิงจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 66% ต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน และประมาณ 89% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม

การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยมักส่งผลให้สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยมีความน่าสนใจมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น โดยReuters รายงานว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นมาใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือนที่ประมาณ 4.78%

จับตา JOLTS คืนนี้ ก่อน ADP และตัวเลขจ้างงานศุกร์

ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐจะเป็นประเด็นสำคัญตลอดสัปดาห์ เนื่องจากสามารถสะท้อนภาวะการจ้างงาน แรงกดดันด้านค่าจ้าง และความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ ซึ่งอาจมีส่วนต่อการตัดสินใจด้านดอกเบี้ยของเฟด

กำหนดการเปิดเผยข้อมูลสำคัญตามเวลาประเทศไทย ได้แก่

  • วันอังคารที่ 1 กันยายน เวลา 21.00 น. รายงานตำแหน่งงานว่างและการหมุนเวียนแรงงาน หรือ JOLTS เดือนกรกฎาคม
  • วันพุธที่ 2 กันยายน เวลา 19.15 น. รายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือนสิงหาคม
  • วันศุกร์ที่ 4 กันยายน เวลา 19.30 น. รายงานภาวะการจ้างงานสหรัฐเดือนสิงหาคม ซึ่งรวมการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน และข้อมูลค่าจ้าง

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ยืนยันกำหนดเผยแพร่รายงาน JOLTS ในวันที่ 1 กันยายน และรายงานภาวะการจ้างงานเดือนสิงหาคมในวันที่ 4 กันยายน ส่วนADP ระบุว่าจะเผยแพร่รายงานการจ้างงานภาคเอกชนเดือนสิงหาคมในวันที่ 2 กันยายน

น้ำมันเหนือ 91 ดอลลาร์เพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ

ตลาดยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมารุนแรงขึ้น และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นประมาณ 0.6% อยู่ที่ 91.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเพิ่มขึ้นประมาณ 1% อยู่ที่ 86.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนและเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดนำมาพิจารณาร่วมกับแนวโน้มดอกเบี้ย แม้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในบางช่วงก็ตาม

โลหะมีค่าชนิดอื่นเคลื่อนไหวแตกต่างกัน

ในตลาดโลหะมีค่า ราคาสปอตเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 0.3% อยู่ที่ 66.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาแพลทินัมเพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% อยู่ที่ 1,793.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาพัลลาเดียมทรงตัวบริเวณ 1,356.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ประเด็นสำคัญที่ตลาดติดตาม

ตลาดทองคำจะติดตามข้อมูล JOLTS ในคืนนี้ ก่อนรับรายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในช่วงปลายสัปดาห์ เพื่อประเมินภาวะตลาดแรงงานและแนวโน้มการดำเนินนโยบายของเฟด

นอกจากนี้ ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ค่าเงินดอลลาร์ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นปัจจัยแวดล้อมสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินโลก


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ