ราคาทองคำโลกฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน

หลังค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับลดลงจากระดับสูง ขณะที่ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด และนักลงทุนรอติดตามรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์

Reuters รายงานว่า ราคาทองคำสปอตในวันพุธเพิ่มขึ้นประมาณ 1.1% อยู่ที่ 4,376.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หลังจากก่อนหน้านี้ลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม

ด้านสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4% ปิดตลาดที่ 4,414.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดีในตลาดเอเชียยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง ก่อนการเปิดเผยข้อมูลแรงงานสหรัฐชุดสำคัญ

ดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรลดลงจากระดับสูง

การฟื้นตัวของราคาทองคำเกิดขึ้นพร้อมกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์จากระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ รวมถึงการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังตลาดประเมินข้อมูลเศรษฐกิจและทิศทางราคาพลังงานอีกครั้ง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ลดลงช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะที่เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงทำให้ทองคำมีราคาลดลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลอื่น

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยตลาดยังติดตามทั้งภาวะเงินเฟ้อ สถานการณ์ด้านพลังงาน และแนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ

ADP เพิ่มเพียง 38,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม

ข้อมูลจากรายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ระบุว่า ภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มการจ้างงานสุทธิ 38,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ต่ำกว่าตัวเลขเดือนกรกฎาคมและต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวนับเป็นอัตราการสร้างงานที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม โดยภาคการผลิต บริการวิชาชีพ และธุรกิจข้อมูลลดการจ้างงาน ขณะที่ภาคการศึกษาและสุขภาพ การก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจสันทนาการและการบริการยังมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น

เมื่อแบ่งตามประเภทกิจการ กลุ่มผลิตสินค้าโดยรวมลดการจ้างงานประมาณ 10,000 ตำแหน่ง โดยภาคการผลิตลดลง 17,000 ตำแหน่ง ส่วนภาคการก่อสร้างเพิ่มขึ้นประมาณ 12,000 ตำแหน่ง

ข้อมูลค่าจ้างของ ADP ระบุว่า ค่าจ้างพื้นฐานของแรงงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รายได้รวมซึ่งรวมโบนัส ค่าคอมมิชชัน และรายได้ประเภทอื่นเพิ่มขึ้นประมาณ 4.7%

ตลาดยังให้น้ำหนักกับตัวเลขจ้างงานวันศุกร์

แม้ข้อมูล ADP จะสะท้อนการจ้างงานภาคเอกชนที่ชะลอลง แต่ตลาดยังคงให้ความสำคัญกับรายงานภาวะการจ้างงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมข้อมูลในวงกว้างกว่า

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ มีกำหนดเปิดเผยรายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน เวลา 08.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 19.30 น. ของประเทศไทย

รายงานดังกล่าวประกอบด้วยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง โดยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของ Reuters คาดว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 56,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม

ข้อมูลแรงงานจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ตลาดใช้ประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและแนวโน้มการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐระหว่างวันที่ 15–16 กันยายน

ตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 64%

หลังข้อมูล ADP ตลาดยังประเมินว่ามีความเป็นไปได้ประมาณ 64% ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ตามข้อมูล CME FedWatch Tool ที่ Reuters อ้างถึง

ตัวเลขดังกล่าวลดลงเล็กน้อยจากระดับประมาณ 67–68% ในช่วงก่อนหน้า แต่ยังสูงกว่าระดับประมาณ 40% ในสัปดาห์ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐในการประชุม Jackson Hole

ตลาดจึงติดตามว่าข้อมูลจ้างงานวันศุกร์จะเปลี่ยนแปลงการประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่เฟดยังคงให้ความสำคัญกับการนำอัตราเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2%

ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยแวดล้อมสำคัญ เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นประมาณ 1% ปิดที่ 95.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเพิ่มขึ้นประมาณ 0.9% ปิดที่ 91.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แม้ราคาน้ำมันจะลดลงจากระดับสูงสุดระหว่างวัน แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้า การคาดการณ์เงินเฟ้อ และแนวโน้มนโยบายการเงินของประเทศต่าง ๆ

เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำ 86 ตันไปลอนดอน

ด้านความเคลื่อนไหวของทุนสำรองทองคำ ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ หรือ DNB ประกาศว่า ได้ย้ายทองคำประมาณ 86 เมตริกตันจากทองคำที่เก็บรักษาในนครนิวยอร์กและกรุงออตตาวาไปยังกรุงลอนดอน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม 2569

DNB ระบุว่า การเพิ่มสัดส่วนทองคำที่เก็บในลอนดอนมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อขายและเสริมความพร้อมในการรับมือภาวะวิกฤต เนื่องจากลอนดอนเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาดทองคำจริงและทองคำที่เก็บกับธนาคารกลางอังกฤษเป็นไปตามมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ

หลังการดำเนินการครั้งนี้ สัดส่วนทองคำของเนเธอร์แลนด์ที่เก็บในลอนดอนเพิ่มขึ้นจาก 18.1% เป็น 32.1% ขณะที่สัดส่วนในนิวยอร์กลดลงจาก 31.3% เหลือ 18.5% และสัดส่วนที่เก็บในออตตาวาลดลงจาก 19.7% เหลือ 18.5%

ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ถือครองทองคำรวมประมาณ 612.4 ตัน มีมูลค่า 72.2 พันล้านยูโร ณ สิ้นปี 2568 โดยย้ำว่าการกระจายสถานที่เก็บรักษาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ

โลหะมีค่าชนิดอื่นปรับตัวขึ้น

ตลาดโลหะมีค่าชนิดอื่นฟื้นตัวเช่นกัน โดยราคาสปอตเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 1.2% อยู่ที่ 65.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาแพลทินัมเพิ่มขึ้นประมาณ 0.9% อยู่ที่ 1,756.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และราคาพัลลาเดียมเพิ่มขึ้นประมาณ 3.2% อยู่ที่ 1,352.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ประเด็นสำคัญที่ตลาดติดตาม

ตลาดทองคำจะติดตามรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน และข้อมูลค่าจ้างของสหรัฐในคืนวันศุกร์ เพื่อประเมินภาวะตลาดแรงงานและแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยของเฟด

นอกจากนี้ ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยแวดล้อมสำคัญ ขณะที่การย้ายทองคำของธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์สะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ทุนสำรองและเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในภาวะวิกฤต


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ