ราคาทองคำโลกฟื้นตัวเล็กน้อยแต่ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ขณะที่นักลงทุนชะลอการปรับสถานะก่อนสหรัฐเปิดเผยรายงานการจ้างงานประจำเดือนกันยายนในคืนนี้

Gold Spot ณ เวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เคลื่อนไหวบริเวณ 4,180–4,190 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังอ่อนลงใกล้ 4,160 ดอลลาร์ในช่วงต้นตลาดเอเชีย ก่อนฟื้นตัวตามการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและการปรับลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด

อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ที่ยังแข็งค่า ยีลด์พันธบัตรระยะยาวในระดับสูง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับราคาพลังงาน ยังคงจำกัดการฟื้นตัวของทองคำ โดยราคามีแนวโน้มปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน

ตลาดลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม

ข้อมูลเงินเฟ้อ PCE เดือนสิงหาคมที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ ประกอบกับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดที่ระบุว่ายังไม่จำเป็นต้องเร่งปรับนโยบายเพิ่มเติม ทำให้ตลาดลดน้ำหนักต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27–28 ตุลาคม

ข้อมูลจาก CME FedWatch ที่สื่อการเงินรายงานระบุว่า ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนตุลาคมลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 28% จากประมาณ 70% ในสัปดาห์ก่อน ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินของตลาดและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลเศรษฐกิจที่เปิดเผยเพิ่มเติม

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีจึงลดลงมาใกล้ 5.25% หลังขึ้นแตะประมาณ 5.34% ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ดัชนีดอลลาร์อ่อนตัวลงเล็กน้อยจากระดับสูงสุดในรอบประมาณ 18 เดือน

แม้ยีลด์จะลดลงจากจุดสูงสุด แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง

ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดเหลือ 197,000 ราย

กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 กันยายน ลดลง 1,000 ราย มาอยู่ที่ 197,000 ราย จากตัวเลขสัปดาห์ก่อนที่ปรับทบทวนเป็น 198,000 ราย

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ลดลง 2,500 ราย มาอยู่ที่ 200,000 ราย ส่วนจำนวนผู้รับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 กันยายน ลดลง 11,000 ราย มาอยู่ที่ 1.701 ล้านราย

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าการเลิกจ้างในสหรัฐยังอยู่ในระดับต่ำ ก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานประจำเดือนกันยายน ซึ่งตลาดใช้ประเมินความแข็งแรงของตลาดแรงงานและแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยของเฟด

ภาคการผลิตยังขยายตัว แต่ต้นทุนเร่งสูงขึ้น

Institute for Supply Management รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ที่ 54.5 ในเดือนกันยายน ลดลงเล็กน้อยจาก 54.6 ในเดือนสิงหาคม แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งสะท้อนว่ากิจกรรมภาคการผลิตยังขยายตัว

ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นจาก 53.7 เป็น 55.3 และดัชนีการจ้างงานภาคการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 51.2 เป็น 52.7 ขณะที่ดัชนีราคาวัตถุดิบปรับขึ้นอย่างชัดเจนจาก 71.1 เป็น 77.9

การเร่งตัวของต้นทุนวัตถุดิบทำให้ตลาดยังติดตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ แม้ข้อมูล PCE ล่าสุดจะต่ำกว่าคาด และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังอยู่ในระดับสูง

น้ำมันลดต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ แต่ความเสี่ยงยังคงอยู่

น้ำมันดิบเบรนท์ลดลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเริ่มฟื้นตัวและสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวใกล้ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งพลังงานบริเวณอ่าวเปอร์เซียยังเป็นปัจจัยที่ตลาดติดตาม เนื่องจากความผันผวนของราคาน้ำมันอาจส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ยีลด์พันธบัตร และนโยบายดอกเบี้ยของเฟด

ตลาดรอตัวเลขจ้างงานสหรัฐคืนนี้

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ มีกำหนดเผยแพร่รายงานการจ้างงานเดือนกันยายนในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

ตลาดคาดการณ์ว่าสหรัฐอาจเพิ่มการจ้างงานนอกภาคเกษตรประมาณ 84,000–90,000 ตำแหน่ง ชะลอลงจาก 162,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ส่วนอัตราว่างงานคาดว่าจะทรงตัวที่ 4.1% และค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.3% จากเดือนก่อน ตัวเลขทั้งหมดเป็นการคาดการณ์ของตลาดก่อนการประกาศผลจริง

นอกจากจำนวนการจ้างงานแล้ว นักลงทุนจะติดตามอัตราว่างงาน การเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน เพื่อประเมินภาพรวมตลาดแรงงานและแนวทางดำเนินนโยบายของเฟดในช่วงปลายปี


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ