ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันพุธที่ 23 กันยายน 2569
หลังความหวังเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านช่วยกดราคาน้ำมันและบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ที่ยังแข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐใกล้ระดับ 5% และแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมของธนาคารกลางสหรัฐ ยังคงจำกัดการฟื้นตัวของทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวบริเวณ 4,350–4,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นตลาดเอเชีย หลังปิดตลาดสหรัฐในวันอังคารใกล้ 4,356.80 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.32% จากวันก่อนหน้า ส่วนราคาเงินสปอตปรับขึ้นประมาณ 1.63% มาอยู่ใกล้ 66.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ความหวังเปิดช่องแคบฮอร์มุซกดราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังมีรายงานว่าอิหร่านอาจพิจารณาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐลดแรงกดดันบางส่วนและผ่อนคลายมาตรการที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียอยู่ระหว่างฟื้นฟูการส่งออกผ่านท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline และท่าเรือ Yanbu เพื่อเพิ่มเส้นทางขนส่งที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงต่ำกว่า 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลระหว่างวัน ก่อนฟื้นกลับขึ้นมาใกล้ระดับ 99–100 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐเคลื่อนไหวบริเวณช่วงต้นของ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดย Associated Press รายงานว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในตลาดการเงิน
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าดังกล่าวยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ และสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคยังมีความไม่แน่นอน ตลาดจึงยังติดตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและความต่อเนื่องของการส่งออกน้ำมันอย่างใกล้ชิด
ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ยังจำกัดการฟื้นตัว
แม้ราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยสนับสนุนทองคำ แต่เงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังเป็นปัจจัยกดดัน โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวใกล้ 100.48 ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปียังคงอยู่ใกล้ระดับ 5%
The Wall Street Journal รายงานว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงมาอยู่ใกล้ 4.935% ส่วนอายุ 2 ปีอยู่ที่ประมาณ 4.730% ตามการอ่อนตัวของราคาน้ำมันและความกังวลด้านเงินเฟ้อที่ลดลงบางส่วน
ผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูงเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ส่วนเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือครองเงินสกุลอื่น
ตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ตลาดยังติดตามแนวโน้มนโยบายการเงิน หลัง ธนาคารกลางสหรัฐ มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 16 กันยายน ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบ 3.75–4.00%
แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ตลาดยังประเมินความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมช่วงที่เหลือของปี
อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยเมื่อเปรียบเทียบกับทองคำ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นได้อย่างจำกัดในระยะสั้น
เงินลงทุนในกองทุนทองคำยังเพิ่มขึ้น
แม้ผลตอบแทนพันธบัตรแท้จริงของสหรัฐจะอยู่ในระดับสูง แต่การถือครองทองคำผ่านกองทุน ETF ยังคงเพิ่มขึ้น โดย World Gold Council ระบุว่า กองทุนทองคำทั่วโลกมีเงินไหลเข้าสุทธิ 18,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ปริมาณทองคำที่กองทุนถือครองเพิ่มขึ้น 121 ตัน สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,189 ตัน
Ole Hansen หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Saxo Bank ระบุผ่าน Kitco News ว่า อัตราผลตอบแทนแท้จริงของพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีขึ้นไปแตะ 2.63% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี แต่การถือครองทองคำผ่าน ETF ยังคงฟื้นตัว
Hansen ประเมินว่า ความกังวลเกี่ยวกับหนี้รัฐบาล ภาระดอกเบี้ย และความยั่งยืนทางการคลัง อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนยังคงถือครองทองคำ แม้ผลตอบแทนจากพันธบัตรจะสูงขึ้น ทั้งนี้เป็นมุมมองของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อสรุปเกี่ยวกับทิศทางราคาทองคำ
ตลาดรอติดตาม PMI สหรัฐและถ้อยแถลงของเฟด
ตลาดทองคำรอติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของสหรัฐประจำเดือนกันยายน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 23 กันยายน เวลา 20.45 น. ตามเวลาประเทศไทย
หลังจากนั้น Michael Barr กรรมการธนาคารกลางสหรัฐ มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและภาคที่อยู่อาศัยในเวลา 21.05 น. ตามเวลาประเทศไทย ตาม ปฏิทินกิจกรรมของธนาคารกลางสหรัฐ
ข้อมูลกิจกรรมทางเศรษฐกิจและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดจะเป็นข้อมูลชุดใหม่ที่ตลาดใช้ประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย เงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด
หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน
เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th
ที่มา: สมาคมค้าทองคำ