ราคาทองคำโลกทรงตัวใกล้ระดับ 4,490 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปรับขึ้นกว่า 2% ในการซื้อขายวันก่อนหน้า

เมื่อความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐทำให้ตลาดลดน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน ขณะที่นักลงทุนรอรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้

ราคาทองคำตลาดโลกในวันที่ 4 กันยายน 2569 ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งสัปดาห์ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการปรับลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 4,480–4,490 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในช่วงต้นวันที่ 4 กันยายน หลังตลาดฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้

ทองคำพุ่งกว่า 2% หลังตลาดลดคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย

Reuters รายงานว่า ราคาทองคำสปอตปรับขึ้น 2.3% สู่ระดับ 4,488.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายวันที่ 3 กันยายน ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น 2.8% ที่ 4,539.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

การปรับขึ้นเกิดขึ้นหลัง Christopher Waller กรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ระบุว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่ยืนยันว่าแรงกดดันเงินเฟ้อกำลังชะลอลง เขามีแนวโน้มสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน

ตลาดจึงปรับลดความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลงมาอยู่ที่ประมาณ 54% จากประมาณ 62% ก่อนการแสดงความเห็นของ Waller ตามข้อมูลที่ Reuters รายงานในขณะนั้น

ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวช่วยหนุนราคา

ถ้อยแถลงของ Waller ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ปรับลดลง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทองคำ เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และซื้อขายในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์

Reuters ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงมาใกล้ 4.74% หลังจากขึ้นแตะ 4.818% ในวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566

อย่างไรก็ตาม Waller ยังกล่าวถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างที่อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยในระยะยาวอยู่ในระดับสูงขึ้น ทั้งความกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลังของสหรัฐ การแข่งขันด้านเงินทุน และภาระหนี้ของรัฐบาลกลาง ตลาดจึงยังติดตามข้อมูลเงินเฟ้อและแนวนโยบายของเฟดอย่างใกล้ชิด

ข้อมูลแรงงานสหรัฐให้ภาพผสม

ข้อมูลแรงงานที่เปิดเผยก่อนรายงานชุดใหญ่ยังให้สัญญาณแตกต่างกัน โดย ADP รายงานว่า ภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มการจ้างงาน 38,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า

ด้านจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 206,000 รายในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 สิงหาคม สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 205,000 รายเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม Reuters ระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการยังอยู่ใกล้ระดับต่ำของปี สะท้อนว่าการปลดพนักงานโดยรวมยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้การจ้างงานใหม่จะชะลอตัวลง

ขณะเดียวกัน ดัชนีภาคบริการของสหรัฐจาก ISM เพิ่มขึ้นเป็น 55.4 ในเดือนสิงหาคม จาก 54.1 ในเดือนกรกฎาคม ส่วนดัชนีราคาที่ภาคธุรกิจบริการจ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 72.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี และสะท้อนว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับเฟด

ตลาดรอ Nonfarm Payrolls เวลา 19.30 น.

ปัจจัยสำคัญในวันนี้คือรายงานสถานการณ์การจ้างงานสหรัฐประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งรวมตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน และค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ หรือ BLS กำหนดเผยแพร่ข้อมูลในเวลา 08.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับเวลาประมาณ 19.30 น. ของประเทศไทย

ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของ Reuters คาดว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 56,000 ตำแหน่ง หลังลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวที่ 4.1%

นอกจากจำนวนตำแหน่งงานใหม่ ตลาดจะติดตามการปรับทบทวนข้อมูลของเดือนก่อนหน้า อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน และการเปลี่ยนแปลงของค่าจ้าง เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้มีส่วนต่อการประเมินภาวะตลาดแรงงานและแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐ

ราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยด้านเงินเฟ้อ

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงส่งผลให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมีผลต่อตลาดทองคำในสองด้าน โดยอาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อและทำให้เฟดต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดนานขึ้น

หลังรายงานการจ้างงาน ตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคและเงินเฟ้อผู้ผลิตของสหรัฐในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินว่าการชะลอตัวของตลาดแรงงานเกิดขึ้นพร้อมกับการลดลงของแรงกดดันด้านราคาหรือไม่

ประเด็นสำคัญที่ตลาดติดตาม

ทิศทางของตลาดทองคำในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของรายงานแรงงานสหรัฐ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ตลอดจนการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยก่อนการประชุมเฟดวันที่ 15–16 กันยายน

ตลาดยังคงติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่กัน เนื่องจากปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อ เศรษฐกิจโลก และบรรยากาศในตลาดการเงิน


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ