ราคาทองคำโลกปรับตัวลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันในช่วงเช้าวันพุธ และแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ ท่ามกลางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

Reuters รายงานว่า ราคาทองคำสปอต ณ เวลา 00.17 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือตรงกับเวลา 07.17 น. ของประเทศไทย ลดลงประมาณ 0.6% อยู่ที่ 4,304.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม

ด้านสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนธันวาคมลดลงประมาณ 1% อยู่ที่ 4,350.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ราคาน้ำมันพุ่งจากความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมาเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน และอิหร่านตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางทหาร ส่งผลให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งพลังงานในภูมิภาค

Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นประมาณ 0.9% อยู่ที่ 95.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกัน อยู่ที่ 91.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันอังคาร ก่อนปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ในช่วงเช้าวันพุธ

ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากเป็นเส้นทางที่เคยรองรับการขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณการบริโภคทั่วโลกก่อนความขัดแย้งรอบปัจจุบัน การลดลงของปริมาณเรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าวจึงเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตลาดโลก

น้ำมันแพงเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ย

แม้ทองคำได้รับการมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ใช้กระจายความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานอาจทำให้ตลาดคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงนานขึ้น และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด

ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 67–68% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 40% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ตามข้อมูลที่ Reuters อ้างอิงจาก CME FedWatch Tool

อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อเปรียบเทียบกับทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยหรือเงินปันผล

กรรมการเฟดพร้อมสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อไม่ลด

Michael Barr กรรมการธนาคารกลางสหรัฐกล่าวเมื่อวันอังคารว่า หากข้อมูลเงินเฟ้อแสดงสัญญาณชะลอลงอย่างเพียงพอ เฟดอาจใช้เวลาเพิ่มเติมเพื่อประเมินนโยบาย แต่หากแรงกดดันด้านราคาไม่ลดลงอย่างชัดเจน ธนาคารกลางควรดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ถ้อยแถลงที่เผยแพร่โดยธนาคารกลางสหรัฐ ระบุว่า ความคืบหน้าในการลดเงินเฟ้อของสหรัฐชะงักลงตั้งแต่ปี 2568 หลังได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการขยายการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์

ท่าทีดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งกล่าวในการประชุม Jackson Hole ว่า เฟดอาจจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม หากยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าเงินเฟ้อกำลังกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2%

เงินดอลลาร์แข็งใกล้ระดับสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์

เงินดอลลาร์สหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำ โดยดัชนีดอลลาร์เพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% อยู่ที่ 99.79 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม

Reuters รายงานว่า เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นแตะ 4.81% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566

เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลอื่น ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำสูงขึ้น

JOLTS สะท้อนตลาดแรงงานทรงตัว แต่การจ้างงานชะลอ

ข้อมูลตำแหน่งงานว่างและการหมุนเวียนแรงงาน หรือ JOLTS เดือนกรกฎาคม ซึ่งเปิดเผยเมื่อคืนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังมีเสถียรภาพ แต่กิจกรรมการจ้างงานชะลอลง

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ รายงานว่า จำนวนตำแหน่งงานว่างอยู่ที่ประมาณ 7.3 ล้านตำแหน่ง ขณะที่จำนวนการจ้างงานอยู่ที่ประมาณ 5.1 ล้านตำแหน่ง และจำนวนผู้ลาออกจากงานอยู่ที่ประมาณ 3.1 ล้านคน

ข้อมูลที่ละเอียดขึ้นระบุว่า ตำแหน่งงานว่างเพิ่มขึ้น 89,000 ตำแหน่ง มาอยู่ที่ 7.271 ล้านตำแหน่ง ส่วนข้อมูลเดือนมิถุนายนถูกปรับลดจาก 7.359 ล้านตำแหน่ง เหลือ 7.182 ล้านตำแหน่ง

ด้านจำนวนผู้ได้รับการจ้างงานลดลงประมาณ 278,000 คน มาอยู่ที่ 5.054 ล้านคน โดยลดลงมากในกลุ่มบริการวิชาชีพและบริการธุรกิจ ตามรายงานของ Reuters

ตลาดรอ ADP คืนนี้และตัวเลขจ้างงานวันศุกร์

ข้อมูลสำคัญลำดับต่อไปคือรายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือนสิงหาคม ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธที่ 2 กันยายน เวลา 19.15 น. ตามเวลาประเทศไทย

จากนั้น ตลาดจะติดตามรายงานภาวะการจ้างงานสหรัฐเดือนสิงหาคมในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน เวลา 19.30 น. ซึ่งครอบคลุมตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง ตามกำหนดการของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ

ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของ Reuters คาดว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 56,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม หลังลดลงอย่างไม่คาดหมายในเดือนกรกฎาคม ตัวเลขจริงจะเป็นข้อมูลสำคัญที่ตลาดใช้ประเมินภาวะตลาดแรงงานก่อนการประชุมเฟดกลางเดือนกันยายน

โลหะมีค่าชนิดอื่นปรับตัวลง

ราคาโลหะมีค่าชนิดอื่นเคลื่อนไหวลดลงเช่นกัน โดยราคาสปอตเงินลดลงประมาณ 1% อยู่ที่ 63.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาแพลทินัมลดลงประมาณ 1% อยู่ที่ 1,722.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และราคาพัลลาเดียมลดลงประมาณ 1.4% อยู่ที่ 1,292.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ประเด็นสำคัญที่ตลาดติดตาม

ตลาดทองคำจะติดตามรายงานการจ้างงานของ ADP ในคืนนี้ ก่อนรับข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานในวันศุกร์ เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยของเฟด

นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยแวดล้อมสำคัญต่อตลาดการเงินและราคาทองคำโลก


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ