ราคาทองคำปรับตัวลงหลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายวันพุธที่ 23 กันยายน 2569
หลังข้อมูลกิจกรรมภาคธุรกิจของสหรัฐออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ราคาทองคำสปอตลดลงสู่บริเวณ 4,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายหลังการเปิดเผยข้อมูล ก่อนทรงตัวในช่วง 4,280–4,290 ดอลลาร์ในตลาดเอเชียเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน โดย Kitco News รายงานว่า ราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 4,282.81 ดอลลาร์ ลดลง 1.74% ระหว่างการซื้อขายในวันพุธ
PMI สหรัฐเร่งตัวเหนือคาด
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมเบื้องต้นของสหรัฐประจำเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็น 58.4 จาก 56.0 ในเดือนสิงหาคม และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 55.2 สะท้อนว่ากิจกรรมของภาคเอกชนยังขยายตัวในอัตราสูง
ดัชนีภาคบริการเพิ่มขึ้นเป็น 58.7 จาก 56.5 และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 56.0 ส่วนดัชนีภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 57.0 จาก 53.9 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 53.6
ข้อมูลจาก S&P Global ยังสะท้อนว่า การจ้างงานและคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัญหาคอขวดด้านอุปทานและต้นทุนวัตถุดิบทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงและการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน
ภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวพร้อมกับแรงกดดันด้านต้นทุน ทำให้ตลาดกังวลว่าอัตราเงินเฟ้ออาจลดลงช้ากว่าที่คาด และธนาคารกลางสหรัฐอาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันราคาทองคำ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นสู่บริเวณ 5.106% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีขยับเข้าใกล้ 4.90%
แรงขายในตลาดพันธบัตรรุนแรงขึ้นหลังการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 5 ปีได้รับความต้องการค่อนข้างอ่อน โดย กระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า การประมูลพันธบัตรวงเงิน 70,000 ล้านดอลลาร์ได้อัตราผลตอบแทนสูงสุดที่ 5.033% และมีอัตราส่วนความต้องการซื้อต่อปริมาณเสนอขายอยู่ที่ 2.21 เท่า
ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นทำให้ทองคำมีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือครองเงินสกุลอื่น
แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นในตลาดโลหะมีค่าอื่นด้วย โดยราคาเงินสปอตปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 64–65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐอ่อนตัวลงตามการปรับขึ้นของต้นทุนการกู้ยืมในตลาดพันธบัตร
เฟดส่งสัญญาณอาจต้องปรับนโยบายเพิ่มเติม
การเปิดเผยข้อมูล PMI เกิดขึ้นหลังธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบ 3.75–4.00% ในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน โดยระบุว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
Michael Barr กรรมการธนาคารกลางสหรัฐกล่าวเมื่อวันที่ 23 กันยายนว่า เศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง แต่อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% และยังไม่มีทิศทางกลับสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน
Barr ระบุว่า ในกรณีพื้นฐานของเขา เฟดมีแนวโน้มต้องปรับนโยบายเพิ่มเติมเพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายได้ทันเวลา อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวเป็นมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดรายบุคคล ไม่ใช่มติล่วงหน้าของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน อ่านถ้อยแถลงฉบับเต็มได้จาก ธนาคารกลางสหรัฐ
ราคาน้ำมันฟื้นเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวสูงขึ้น หลังความหวังว่าการหารือระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซลดลง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีเงื่อนไขแตกต่างกันเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งและเสรีภาพในการเดินเรือ
น้ำมันดิบเบรนท์กลับขึ้นมาใกล้ 103.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวบริเวณ 92.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การฟื้นตัวของราคาพลังงานเพิ่มความกังวลว่าต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้ออาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนผลตอบแทนพันธบัตรและกดดันราคาทองคำ
ความต้องการทองคำผ่านกองทุนยังอยู่ในระดับสูง
แม้ราคาทองคำเผชิญแรงขายจากดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตร แต่ความต้องการทองคำผ่านกองทุน ETF ยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดติดตาม
World Gold Council รายงานว่า กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกมีเงินไหลเข้าสุทธิ 18,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ปริมาณทองคำที่กองทุนถือครองเพิ่มขึ้น 121 ตัน สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,189 ตัน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าความต้องการถือครองทองคำระยะยาวยังคงมีอยู่ แม้การเคลื่อนไหวระยะสั้นจะได้รับแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตร
ตลาดติดตามข้อมูลแรงงานและยอดขายบ้านสหรัฐ
ตลาดรอติดตามจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 24 กันยายน เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยข้อมูลสัปดาห์ก่อนหน้าจาก กระทรวงแรงงานสหรัฐ อยู่ที่ 196,000 ราย
หลังจากนั้น สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ มีกำหนดรายงานยอดขายบ้านใหม่เดือนสิงหาคมในเวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ข้อมูลทั้งสองชุดจะช่วยสะท้อนภาวะตลาดแรงงานและภาคที่อยู่อาศัยของสหรัฐ และจะถูกใช้ประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรในระยะต่อไป
หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน
เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th
ที่มา: สมาคมค้าทองคำ