ราคาทองคำโลกปรับตัวลงในการซื้อขายช่วงเช้าวันพุธ หลังราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐขยับสูงขึ้นอีกครั้ง

ขณะที่ผู้ลงทุนชะลอการตัดสินใจก่อนธนาคารกลางสหรัฐเปิดเผยรายงานการประชุมเดือนกันยายน

เมื่อเวลาประมาณ 10.50 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวบริเวณ 4,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 0.5% จากวันก่อนหน้า หลังจากราคาฟื้นขึ้นใกล้ 4,165 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายที่ตลาดสหรัฐเมื่อคืนวันอังคาร

น้ำมันและยีลด์ยังเป็นแรงกดดันต่อตลาดทองคำ

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์กลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านการขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง แม้ก่อนหน้านี้ตลาดจะได้รับแรงผ่อนคลายจากการฟื้นตัวของปริมาณส่งออกน้ำมันและแผนระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 100 ล้านบาร์เรลของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ

ความเสี่ยงที่ราคาพลังงานระดับสูงจะเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดยังระมัดระวังต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐ และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวทรงตัวในระดับสูง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5.27% เมื่อวันอังคาร จากระดับ 5.31% ในวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผลตอบแทนจากการประมูลพันธบัตรอายุ 3 ปีอยู่ที่ 4.932% สูงที่สุดสำหรับการประมูลพันธบัตรรุ่นดังกล่าวนับตั้งแต่ปี 2549

ระดับผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย จึงยังเป็นปัจจัยที่ตลาดนำมาพิจารณาควบคู่กับการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์และราคาพลังงาน

การซื้อทองของธนาคารกลางยังดำเนินต่อเนื่อง

แม้ตลาดทองคำระยะสั้นเผชิญแรงกดดันจากยีลด์และราคาน้ำมัน แต่ความต้องการจากภาคธนาคารกลางยังเป็นข้อมูลสำคัญของตลาด โดย World Gold Council รายงานว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 39 ตันในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ยอดซื้อที่มีการรายงานตั้งแต่ต้นปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 170 ตัน โดยจีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ในเดือนดังกล่าว ตามด้วยอุซเบกิสถานและโปแลนด์

ข้อมูลแยกของตลาดจีนระบุว่า ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำเพิ่ม 20 ตันในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นปริมาณซื้อรายเดือนสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 สะท้อนการเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง

ตลาดจับตารายงานการประชุมเฟด

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดติดตามลำดับต่อไปคือรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ระหว่างวันที่ 15–16 กันยายน 2569 ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่เวลา 14.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 01.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย

ในการประชุมครั้งดังกล่าว คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นกรอบอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 3.75–4.00% โดยระบุว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง รายงานการประชุมที่จะเปิดเผยในคืนนี้จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุมมองของกรรมการต่อเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน ตลาดแรงงาน และทิศทางนโยบายการเงินในช่วงต่อไป

ปฏิทินของธนาคารกลางสหรัฐ ระบุว่า รายงานการประชุมตามกำหนดปกติจะเผยแพร่หลังวันตัดสินใจด้านนโยบายประมาณสามสัปดาห์ โดยตลาดจะพิจารณาเนื้อหาในรายงานครั้งนี้ประกอบกับข้อมูลเงินเฟ้อ การจ้างงาน และภาวะตลาดพันธบัตร ก่อนการประชุมเฟดครั้งต่อไปวันที่ 27–28 ตุลาคม


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ