ทองคำขยับใกล้ 4,600 ดอลลาร์ ตลาดรอฟังประธานเฟดที่ Jackson Hole

ราคาทองคำโลกฟื้นตัวเล็กน้อยในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หลังปรับลดลงกว่า 1% ในวันก่อนหน้า เนื่องจากข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้น ขณะที่ตลาดรอติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐในการประชุม Jackson Hole

ราคาทองคำสปอตในช่วงบ่ายตามเวลาประเทศไทยขยับขึ้นประมาณ 0.2% มาอยู่ที่ 4,599.57 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หลังลดลงประมาณ 1.4% เมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการปรับลดลงรายวันที่มากที่สุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐเคลื่อนไหวใกล้ 4,652.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Reuters รายงานว่า ราคาทองคำยังได้รับแรงประคองจากความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐและแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ในระยะยาว แม้ปัจจัยด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยจะยังจำกัดการฟื้นตัวของราคา

PCE สหรัฐอยู่ที่ 3.7% สูงกว่าที่ตลาดคาด

ข้อมูลจาก สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐ หรือ U.S. Bureau of Economic Analysis ระบุว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล หรือ PCE เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% เช่นกัน

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดัชนี PCE เพิ่มขึ้น 3.7% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนมิถุนายน แต่สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่ง Reuters สำรวจไว้ที่ 3.6% ขณะที่ Core PCE เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐใช้ประกอบการกำหนดเป้าหมายด้านเสถียรภาพราคา ตัวเลขที่ยังอยู่เหนือเป้าหมายของเฟดทำให้ตลาดยังคงประเมินความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป

ดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรกดดันตลาดทองคำ

หลังการเปิดเผยข้อมูล PCE ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรในตลาดโลหะมีค่า หลังราคาทองคำปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนเมื่อต้นสัปดาห์

รายงานภาวะตลาดช่วงปิดการซื้อขายของ Kitco News ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีขยับขึ้นเหนือ 4.22% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีอยู่เหนือ 4.66% โดยราคาทองคำสปอตในช่วงปลายตลาดสหรัฐเคลื่อนไหวใกล้ 4,591.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์

โดยทั่วไป การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ทำให้ทองคำที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ตลาดรอถ้อยแถลง Kevin Warsh วันศุกร์

ความสนใจของตลาดเปลี่ยนไปยังการประชุม Jackson Hole Economic Policy Symposium ซึ่งจัดโดยธนาคารกลางสหรัฐสาขาแคนซัสซิตี ระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569

Federal Reserve Bank of Kansas City ระบุว่า หัวข้อหลักของการประชุมในปีนี้คือ “Financial Innovation: Implications for Payments and Policy” หรือประเด็นนวัตกรรมทางการเงินกับผลต่อระบบการชำระเงินและนโยบาย

ตลาดติดตามเป็นพิเศษต่อถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันศุกร์ เนื่องจากเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกของเขาในฐานะประธานเฟดบนเวที Jackson Hole

ประเด็นที่ได้รับความสนใจครอบคลุมทั้งแนวทางนำเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และมุมมองของเฟดต่อความเคลื่อนไหวในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ข้อมูลจาก CME FedWatch ที่ Reuters รายงาน ณ เวลาจัดทำข่าวระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 36% ต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน และประมาณ 72% ต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลเศรษฐกิจและการคาดการณ์ของตลาด

ความกังวลเรื่องหนี้สหรัฐยังเป็นปัจจัยแวดล้อม

แม้ข้อมูลเงินเฟ้อจะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ แต่ความกังวลเกี่ยวกับหนี้รัฐบาลสหรัฐและต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวยังเป็นปัจจัยที่ตลาดติดตาม

ราคาทองคำเคยขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนเมื่อต้นสัปดาห์ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลรุ่นเก่าที่มีอายุคงเหลือยาว เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องในตลาดพันธบัตร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมาให้ความสนใจกับภาระหนี้ ต้นทุนดอกเบี้ย และความน่าเชื่อถือของนโยบายการคลังสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อทิศทางเงินทุน ค่าเงินดอลลาร์ และความต้องการถือครองทองคำ

การนำเข้าทองคำของจีนผ่านฮ่องกงเพิ่มขึ้น

ด้านความต้องการทองคำในเอเชีย ข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนและสถิติฮ่องกง ซึ่งเผยแพร่ผ่าน The Standard Hong Kong ระบุว่า การนำเข้าทองคำสุทธิของจีนผ่านฮ่องกงในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นประมาณ 11% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 56.193 ตัน เทียบกับ 50.679 ตันในเดือนมิถุนายน

เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ปริมาณนำเข้าสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 28% อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะทองคำที่ส่งผ่านฮ่องกง จึงไม่ได้สะท้อนการนำเข้าทองคำทั้งหมดของจีน ซึ่งยังมีช่องทางผ่านนครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่ง

ข้อมูลดังกล่าวได้รับความสนใจควบคู่กับรายงานเรื่องยุทธศาสตร์ “Gold Road” ของจีน ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการซื้อขาย การชำระราคา และการเก็บรักษาทองคำโดยใช้เงินหยวน

S&P Global รายงานว่า จีนเปิดคลังทองคำนอกประเทศแห่งแรกในฮ่องกงเมื่อปี 2568 เพื่อใช้เป็นต้นแบบของเครือข่ายคลังทองคำระหว่างประเทศ และสนับสนุนการซื้อขายทองคำด้วยเงินหยวนนอกระบบที่พึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ

ประเด็นสำคัญที่ตลาดติดตาม

ปัจจัยสำคัญในช่วงต่อไปคือถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐที่ Jackson Hole โดยตลาดจะติดตามว่าเฟดประเมินแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจ และความเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตรอย่างไร

นอกจากนี้ ตลาดยังติดตามทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ราคาพลังงาน และความเคลื่อนไหวด้านอุปสงค์ทองคำจากจีน ซึ่งเป็นปัจจัยแวดล้อมสำคัญต่อภาวะตลาดทองคำโลก


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ