ราคาทองคำโลกอ่อนตัวในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569

แม้ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดย Gold Spot ณ เวลาประมาณ 08.45 น. ตามเวลาประเทศไทย เคลื่อนไหวบริเวณ 4,150–4,165 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ชะลอลงถูกหักล้างด้วยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวที่ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ประกอบกับเงินดอลลาร์ที่ยังแข็งค่าและราคาน้ำมันที่กลับมาปรับตัวสูงขึ้น

ยีลด์พันธบัตรพุ่ง กลบแรงหนุนจาก PCE

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นมาใกล้ 5.30% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่ยีลด์พันธบัตรอายุ 30 ปีขึ้นสู่บริเวณ 5.64% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545

การปรับขึ้นของยีลด์เกิดขึ้นหลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสะท้อนการขยายตัวที่แข็งแรงกว่าการประเมินก่อนหน้า ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด

ยีลด์ระยะยาวที่สูงขึ้นเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย พร้อมช่วยพยุงเงินดอลลาร์ให้อยู่ในระดับแข็งค่า จึงจำกัดแรงฟื้นตัวของราคาทองคำ

เงินเฟ้อ PCE ต่ำกว่าที่ตลาดคาด

สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐ รายงานว่า ดัชนีราคา PCE เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 3.7%

ดัชนี Core PCE ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3.0% จากปีก่อน ต่ำกว่าประมาณการของตลาดที่ 3.3%

ข้อมูลเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดช่วยลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27–28 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะยาวของเฟดที่ 2% ทำให้ตลาดยังติดตามข้อมูลเศรษฐกิจชุดต่อไปเพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ย

GDP และการจ้างงานภาคเอกชนแข็งแรงกว่าคาด

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ปรับเพิ่มประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 2 เป็นการขยายตัวในอัตรา 2.2% ต่อปี จากประมาณการครั้งก่อนที่ 1.5% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนภาคธุรกิจ

ด้านรายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ระบุว่า ภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มการจ้างงาน 90,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน สูงกว่าตัวเลขเดือนสิงหาคมที่ปรับทบทวนเหลือ 36,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ข้อมูลทั้งสองรายการสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ชะลอตัวอย่างรุนแรง แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะเริ่มผ่อนคลายลง ส่งผลให้ตลาดมองว่าเฟดยังคงมีพื้นที่รักษานโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป

ราคาน้ำมันปรับขึ้น เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ

ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งพลังงานบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปิดใกล้ 103.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI เคลื่อนไหวบริเวณ 90.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อระยะต่อไป และมีส่วนทำให้ตลาดพันธบัตรยังเผชิญแรงขาย แม้ข้อมูล PCE ล่าสุดจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทองคำปิดไตรมาสบวก แต่เดือนกันยายนปรับลงแรง

สัญญาทองคำ COMEX เดือนตุลาคมปิดวันที่ 30 กันยายนที่ 4,155.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 7.90 ดอลลาร์ หรือประมาณ 0.19% จากวันก่อนหน้า ส่วน Gold Spot ในช่วงท้ายตลาดสหรัฐเคลื่อนไหวใกล้ 4,156 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ตลอดไตรมาส 3 สัญญาทองคำเพิ่มขึ้นประมาณ 3.30% แต่เฉพาะเดือนกันยายนราคาลดลงประมาณ 6.22% ท่ามกลางการปรับขึ้นของยีลด์พันธบัตร เงินดอลลาร์ และราคาพลังงาน ทั้งนี้ ราคาสปอตและราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจแตกต่างกันตามโครงสร้างตลาดและช่วงเวลาบันทึกราคา

ตลาดติดตามข้อมูลแรงงานและภาคการผลิต

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ตลาดติดตามในคืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย ได้แก่

  • เวลา 19.30 น. จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • เวลา 20.45 น. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของ S&P Global ฉบับสุดท้าย
  • เวลา 21.00 น. ดัชนีภาคการผลิต ISM เดือนกันยายน

รายงานภาคการผลิตของ ISM มีกำหนดเผยแพร่ในวันทำการแรกของเดือน เวลา 10.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับ 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทยในช่วงที่สหรัฐใช้เวลาออมแสง

หลังจากนั้น ตลาดจะติดตามรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย เพื่อประเมินภาวะตลาดแรงงานและแนวทางดอกเบี้ยของเฟด


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ