ราคาทองคำโลกฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงบ่ายวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569

หลังเผชิญแรงขายหนักในตลาดสหรัฐ โดยราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวบริเวณ 4,140 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ณ เวลาประมาณ 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เพิ่มขึ้นราว 0.5–0.7% จากวันก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ หลังถูกกดดันจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และราคาน้ำมันที่เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงิน

ทองคำร่วงหนักในตลาดสหรัฐ

ราคาทองคำสปอตลดลงเกือบ 4% ในการซื้อขายวันจันทร์ โดยระหว่างวันลงไปใกล้ 4,111 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม ก่อนเคลื่อนไหวบริเวณ 4,131 ดอลลาร์ในช่วงท้ายตลาด

ด้านสัญญาทองคำล่วงหน้าลดลง 3.5% ปิดที่ 4,135.40 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ นับเป็นการลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าสามเดือน ขณะที่ราคาโลหะเงินสปอตลดลงประมาณ 5% มาอยู่ใกล้ 61 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

Reuters รายงานว่าแรงขายทองคำเกิดขึ้นพร้อมกับการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และเงินดอลลาร์ ซึ่งทำให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมของธนาคารกลางสหรัฐ

ยีลด์สหรัฐแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นแตะประมาณ 5.23% หลังขึ้นไปสูงสุดระหว่างวันที่ราว 5.27% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีเพิ่มขึ้นสู่บริเวณ 4.924% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณสองปีครึ่ง

ด้านดัชนีดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวบริเวณ 101.16–101.32 จุด และยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบสองเดือน โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าทำให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น ขณะที่บอนด์ยีลด์ที่เพิ่มขึ้นยกระดับต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ข้อมูลตลาดจาก Associated Press ระบุว่า ยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีปิดบริเวณ 5.23% ในวันจันทร์ จากประมาณ 5.17% เมื่อวันศุกร์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ หนี้รัฐบาลสหรัฐ และความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ

ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้น้ำหนักประมาณ 70% ต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ในการประชุมเดือนตุลาคม ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจากราคาสัญญาในตลาด ไม่ใช่การตัดสินใจล่วงหน้าของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินสหรัฐ

ราคาน้ำมันยังเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านและสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวเหนือ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 1.8% ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอยู่ใกล้ 94.13 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.7%

ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจยืดเยื้อ ซึ่งมีผลต่อการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร แม้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังสนับสนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วนก็ตาม

ตลาดรอข้อมูล JOLTS และความเชื่อมั่นผู้บริโภค

คืนนี้เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ มีกำหนดเผยแพร่รายงานตำแหน่งงานว่างและการหมุนเวียนแรงงาน หรือ JOLTS ประจำเดือนสิงหาคม โดยตลาดคาดว่าจำนวนตำแหน่งงานว่างจะอยู่ใกล้ 7.2 ล้านตำแหน่ง เทียบกับข้อมูลทางการเดือนกรกฎาคมที่ 7.3 ล้านตำแหน่ง

ในเวลาเดียวกัน The Conference Board จะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐประจำเดือนกันยายน โดยผลสำรวจที่อ้างถึงในตลาดคาดว่าดัชนีจะอยู่ใกล้ 89.7 จุด ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนมุมมองของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย

วันพุธที่ 30 กันยายน เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐ มีกำหนดเผยแพร่รายงานรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนสิงหาคม ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล หรือ PCE ที่ธนาคารกลางสหรัฐใช้ติดตามภาวะเงินเฟ้อ

จากนั้นวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐจะเผยแพร่รายงานการจ้างงานประจำเดือนกันยายน ซึ่งครอบคลุมการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราว่างงาน และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง

ข้อมูลแรงงานและเงินเฟ้อชุดดังกล่าวจะเป็นข้อมูลสำคัญที่ตลาดใช้ประเมินภาวะเศรษฐกิจและแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐในระยะต่อไป


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

ที่มา: สมาคมค้าทองคำ